ข้อมูลพื้นฐาน

สภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐานขององค์การบริหารส่วนตำบลม่วงไข่

  1. ประวัติตำบลม่วงไข่
    ชื่อตำบล ตำบลม่วงไข่ อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร
    ความหมาย ที่มาของตำบลม่วงไข่/บ้านม่วงไข่
    บ้านม่วงไข่ หรือตำบลม่วงไข่ เป็นชุมชนดั้งเดิมที่มีอายุยาวนานเกินกว่า 200 ล่วงมาแล้ว การตั้งชื่อบ้านม่วงไข่ สันนิษฐานว่า ตั้งขึ้นตามชื่อของต้นมะม่วงชนิดหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า “ต้นม่วงไข่” จากการศึกษาประวัติพระหลักเมือง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านตำบลม่วงไข่เคารพนับถือมาก ทำให้ทราบว่าบริเวณที่ตั้งพระหลักเมืองปัจจุบันนี้ เดิมมีต้นม่วงไข่ขนาดใหญ่เกิดขึ้นบริเวณนั้น ซึ่งไม่ทราบว่าผู้ใดปลูกไว้ ลักษณะเด่นของต้นม่วงไข่ คือเวลาออกผล ผลจะมีสีคล้ายสีเปลือกไข่ไก่ เมื่อชุมชนขยายตัวขึ้น จึงมีการเรียกชื่อชุมชนตามชื่อต้นม่วงไข่ว่า “บ้านม่วงไข่”

2.ประวัติความเป็นมาของตำบลม่วงไข่ หรือ ตำบลม่วงไข่
บ้านม่วงไข่ ตั้งขึ้นโดยกลุ่มชน 2 กลุ่ม ซึ่งจากการสืบค้นหลักฐานเดิมและการสอบถามสัมภาษณ์คนเฒ่า คนแก่ ได้ข้อมูลที่ตรงกันว่า บ้านม่วงไข่ ตั้งขึ้นโดยชน 2 กลุ่ม คือ ชนกลุ่มที่ 1 อพยพมาจากเมืองภูวา ประเทศลาว โดยการนำของขุนชาญ ไพรีรณ อีกกลุ่มหนึ่งอพยพมาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยการนำของพ่อแล โพสาวัง ซึ่งถือเป็นต้นตระกูลโพสาวังในปัจจุบัน เมื่อชุมชนขยายใหญ่ขึ้นมีประชากรมากขึ้น จึงได้มีการตั้งชื่อหมู่บ้านตามชื่อ ต้นม่วงไข่

จากการศึกษาพงศาวดารเมืองสกลนคร ฉบับพระยาประจันตะประเทศธานี (โง่นคำ พรหมสาขา ณ สกลนคร ) ได้กล่าวถึงบ้านม่วงไข่ ว่า บ้านม่วงไข่ เป็นหมู่บ้านหนึ่งที่อยู่ในท้องที่อำเภอพรรณนานิคม จนกระทั่งสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการแบ่ง เขตเมืองสกลนครใหม่ จึงได้มีการยกฐานะบ้านม่วงไข่ขึ้นตามหลักฐานที่ปรากฏ ดังนี้

“เมื่อปีเถาะ จุลศักราช 1265 ตรงกับ พุทธศักราช 2446 หลวงพิไสย สิทธิกรรม (จีน) ข้าหลวงรักษาเมืองสกลนคร ได้โปรดเกล้าให้ หลวงพิจารณ์อักษร (เส) บุตรพระยาประจันตประเทศ (โง่นคำ) ออกไปตั้งบ้านม่วงไข่ ให้เป็น อำเภอจัมปาชนบท และแต่งตั้งให้หลวงพิจารณ์อักษร (เส) เป็นเจ้าเมืองจัมปาชนบทครั้นถึงปีมะโรง จุลศักราช 1266 ตรงกันพุทธศักราช 2447 จึงได้มีพระกรุณาโปรดเกล้าให้ยุบเมืองจัมปาชนบท ให้มีฐานะเป็นบ้านม่วงไข่ตามเดิมและให้ขึ้นตรงกับอำเภอพรรณนานิคมเช่นเดิม ต่อมาได้มีการยกฐานะบ้านม่วงไข่ขึ้นตรงกับอำเภอพรรณานิคม ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมถึงทุ่งนาเมือง (หนองสิม) บ้านจำปา บ้านพังโคน จนกระทั่งมีการแบ่งเขตท้องที่ตำบลม่วงไข่ออกเป็นสองส่วน โดยอาศัยลำห้วยสร้างขุ่ยเป็นเส้นแบ่งเขต พื้นที่ฝั่งตะวันออกห้วยสร้างขุ่ยให้ขึ้นตรงกับ บ้านพังโคน ภายหลังชุมชนมีประชากรมากขึ้นจึงได้ยกฐานะของบ้านพังโคนขึ้นเป็น ตำบลพังโคน โดยมีกำนันคนเดียวกันอยู่คือกำนันตำบลพังโคน (กำนันตำบลม่วงไข่เดิม) จนกระทั่งมีการเลือกตั้งกำนันใหม่ ตำบลม่วงไข่กับตำบลพังโคนจึงแยกขนาดจากกัน โดยมีนายเผ้า อุปรีย์ ได้รับเลือกตั้งให้เป็นกำนันคนแรกของตำบลม่วงไข่

รายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งกำนันตำบลม่วงไข่

หลังจากที่แบ่งแยกตำบลม่วงไข่กับตำบลพังโคนออกจากกัน มีผู้ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งกำนัน ดังนี้

1.นายเผ้า อุปรีย์ ปี พ.ศ. ถึง พ.ศ.
2.นายเทียม สุวรรณชัยรบ ปี พ.ศ. ถึง พ.ศ.
3.นายหนูทอง เสียงใส ปี พ.ศ. ถึง พ.ศ.
4.นายอุทัย โพสาวัง ปี พ.ศ. 2534 ถึง พ.ศ.2540
5.นายประมวล คำหล้า ปี พ.ศ. 2541 ถึง พ.ศ.2543
6.นายชารี ทนนอก ปี พ.ศ. 2543 ถึง พ.ศ. 2552
7.นายประยุทธ กาญบุตร ปี พ.ศ. 2552 ถึง พ.ศ. 2559
8.นายชยพล กาญบุตร ปี พ.ศ. 2559 ถึง ปัจจุบัน

3.ลักษณะภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิประเทศของตำบลม่วงไข่ มีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำเหมาะแก่การเพาะปลูก โดยเฉพาะการปลูกข้าว พื้นที่ส่วนใหญ่มีลำน้ำล้อมรอบประกอบด้วยลำห้วยม่วงสุ่ม และลำห้วยปลาหางทางด้านทิศใต้ ทิศตะวันตกและด้านทิศเหนือ มีลำห้วยปลาหาง ทางด้านตะวันออกมีลำห้วยสร้างขุ่ยกับลำห้วยบ่อลักษณะดิน เป็นดินร่วมปนทราย

4.กลุ่มชาติพันธ์
ประชากรในพื้นที่ตำบลม่วงไข่ สืบเชื้อสายมาจากเผามองโกเลีย เนื่องจากมีกลุ่มชนดั้งเดิมอพยพมาจากประเทศลาวและอพยพมาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ภาษาถิ่น มากใช้มากที่สุดคือภาษาอีสาน (ลาว) และมีภาษาภูไท ไทลาว และไทโย้ย ปะปนบ้างส่วนภาษาที่ใช้ในการติดต่อราชการใช้ภาษาไทย

5.แหล่งอารยธรรมและโบราณคดี
จากหลักฐานที่ปรากฏ ตำบลม่วงไข่เป็นชุมชนที่ก่อตั้งมานานตั้งแต่ยุคอารยธรรมบ้านเชียง อาณาจักรขอม อาณาจักรลานนาลานช้าง จึงมีแหล่งอารยธรรมที่ปรากฏ 2 แห่ง คือ

5.1 บ้านโพนแพง หมู่ 5
5.2 บ้านดอนหวาย หมู่ 7

วัฒนธรรมและประเพณีสำคัญในตำบลม่วงไข่
ในรอบหนึ่งปี ทุกหมู่บ้านในเขตบริการของตำบลม่วงไข่ จะประกอบกิจกรรมทำบุญตามประเพณี ดังนี้

เดือน มกราคม ประเพณี ทำบุญประทายข้าวเปลือก (ทำขวัญข้าว)
เดือน กุมภาพันธ์ ประเพณี บุญข้าวจี่
เดือน มีนาคม ประเพณี ทำบุญมหาชาติ
เดือน เมษายน ประเพณี รดน้ำดำหัวและสงกรานต์
เดือน พฤษภาคม ประเพณี สมโภชน์พระหลักเมือง บุญบั้งไฟและเลี้ยงปู่
เดือน มิถุนายน ประเพณี บุญผีตาแฮก (แรกนาขวัญ)
เดือน กรกฎาคม ประเพณี ทำบุญเข้าพรรษา
เดือน สิงหาคม ประเพณี ทำบุญข้าวประดับดิน
เดือน กันยายน ประเพณี ทำบุญข้าวสารท (สลากภัทร)
เดือน ตุลาคม ประเพณี ทำบุญออกพรรษา
เดือน พฤศจิกายน ประเพณี ทำบุญกฐินและลอยกระทง
เดือน ธันวาคม ประเพณี ส่งท้ายปีเก่า

  1. ประเพณีสมโภชพระหลักเมืองและบุญบั้งไฟ
    ประเพณีสมโภชพระหลักเมืองและบุญบั้งไฟ เป็นประเพณีการทำบุญที่สำคัญของตำบลม่วงไข่เป็นการรวมประเพณีการทำบุญ 2 อย่างเข้าด้วยกันคือการทำบุญสมโภชพระหลักเมืองและประเพณีบุญบั้งไฟเข้าด้วยกันพระหลักเมือง เป็นคติความเชื่ออย่างหนึ่งที่ชาวตำบลม่วงไข่ให้เคารพนับถือมากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ตั้งอยู่บริเวณสี่แยก ระหว่างบ้านม่วงไข่และบ้านดงเชื่อมต่อกันและนิยมเรียกสี่แยกนี้ว่า สี่แยกพระหลักเมือง

กำหนดระยะเวลาการจัดงานสมโภชพระหลักเมืองบุญบั้งไฟ จัดขึ้นในเดือน 6 ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 กำหนดเวลาจัดงานอย่างน้อย 2 วัน คือวันทำบุญสมโภชพระหลักเมือง 1 วัน และ วันจุดบั้งไฟแข่งขันทางไกล 1 วัน

วัตถุประสงค์ของการจัดงาน

1.เพื่อเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์ประเพณีของท้องถิ่น
2.เพื่อเป็นการสืบสานศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่น
3.เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่น
4.เพื่อส่งเสริมให้ชาวพุทธได้ร่วมทำบุญและนมัสการพระหลักเมือง
5.เพื่อส่งเสริมความสามัคคีของประชาชนในชุมชน
6.เพื่อสร้างความตระหนักและเจตคติที่ดีแก่เด็ก เยาวชน ให้เกิดความรักหวงแหนถิ่นกำเนิดและร่วมพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตน

วิธีดำเนินงาน

  1. ก่อนถึงกำหนดการจัดงาน คณะกรรมการจัดงานจะประกาศบอกบุญไปยังชุมชนต่างๆรวมไปถึงช่างบั้งไฟเพื่อเตรียมบั้งไฟเข้าร่วมแข่งขัน
  2. ก่อนวันงาน 1 วัน ทุกหมู่บ้านในตำบลม่วงไข่ จะจัดเตรียมขบวนแห่บั้งไฟโดยมีการตัดตกแต่งบั้งไฟ ขบวนฟ้อนรำอย่างสวยงาม
  3. เมื่อถึงวันงาน ประชาชนทั่วสารทิศจะมาร่วมทำบุญและนมัสการพระหลักเมืองตรงบริเวณลานพระหลักเมือง ช่วงบ่ายจะเริ่มขบวนแห่งบั้งไฟโดยเริ่มจากบริเวณ
    หน้าศูนย์ขยายพันธ์พืชที่ 18 บ้านอ่างและมาสิ้นสุดที่ลานหน้าพระหลักเมือง กลางคืน ก็จะมีการสมโภชน์ คบงันอย่างครึกครื้นสนุกสนาน
  4. วันที่ 2 ของงานหลักจากถวายภัตตาหารเช้า ปัจจัยไทยทาน ก็จะเริ่มจุดแข่งขันบั้งไฟตลอดทั้งวัน
  5. ประเพณีเลี้ยงปู่ตา
    เป็นประเพณีเกี่ยวกับคติความเชื่อในเรื่องภูตผี ปีศาจ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์การจัดงาน เมื่อถึงกำหนดงานประมวลเดือน กุมภาพันธ์ก็จะมีการเตรียมอาหาร คาวหวาน สุรา อาหารต่างๆ ไปถวายที่ศาลปู่ตา จากนั้นก็ร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน ซึ่งประเพณีนี้ ยังจัดอยู่ในบ้านม่วงไข่ บ้านดง บ้านอ่าง บ้านผ้าขาวและบ้านโพนแพง

โบราณสถาน โบราณวัตถุและสถานที่ท่องเที่ยวและสินค้าที่ขึ้นชื่อในตำบล

  1. โบราณสถาน ได้แก่พระหลักเมือง เป็นสถานที่ที่ชาวตำบลม่วงไข่เคารพนับถือมากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
  2. โบราณวัตถุ ตำบลม่วงไข่ ได้เชื่อว่าเป็นแหล่งอารยธรรมร่วมสมัยกับอารยธรรม บ้านเชียง ซึ่งจากการขุดค้น จะพบวัตถุโบราณต่างๆ มากมายเป็นต้นว่า ไหลาย กำไลมือ กำไลเท้า ขวาน ซึ่ง ทำด้วยสำริด สถานที่ที่พบได้แก่
  • แหล่งโบราณคดีบ้านดอนหวาย หมู่ 7 ตำบลม่วงไข่ พบได้ 2 แห่ง คือ ที่โนนจำปา และที่ ดอนผู
  • แหล่งโบราณคดีโนนกกตาล บ้านโพนแพง หมู่ที่ 5 วัตถุโบราณที่พบคือ ไหลาย เครื่องใช้ ที่ทำด้วยดินเผา รวมถึงกำไลข้อมือ ที่ทำด้วยสำริด
  1. สถานที่ท่องเที่ยว
    ตำบลม่วงไข่ มีสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจที่สำคัญ 2 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง และหนองมีชัย
  2. สินค้าที่ขึ้นชื่อในตำบล
  3. ผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นที่เมือง ของกลุ่มทอผ้า บ้านดอนหวาย หมู่ที่ 7 ปัจจุบันได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล และ หนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งอำเภอ
  4. ขนมจีนร้อน เป็นอาหารดีที่ขึ้นชื่อ ของตำบลม่วงไข่ปัจจุบันกลายเป็นอาชีพที่สำคัญทำกันมากที่บ้านดง หมู่ 2
  5. ข้าวหลามถือเป็นสินค้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของตำบลม่วงไข่ ทำกันมากที่บ้านดง หมู่ ที่ 2 และบ้านผ้าขาว ทั้ง 2 หมู่
  6. มาลัยดอกมะลิถือได้ว่าเป็นอาชีพและสร้างรายได้สำคัญทำกันมากที่บ้านผ้าขาว หมู่ 4 และ หมู่ 10

อาชีพสำคัญของคนในตำบล อาชีพหลักคือ การทำนา อาชีพรอง ได้แก่ ค่าขาย รับจ้าง ขนมจีนร้อน ข้าวหลาม ตัดเย็บเสื้อผ้า หล่อท่อและอาชีพบริการอื่นและอุตสาหกรรมทำน้ำแข็งและน้ำดื่มโพลาลิส

× How can I help you?